| Profileถ้าตอนนี้ไม่ซื่อตรงต่อ "...PhotosBlogLists | Help |
|
December 20 กำแล้วไง *-*เหอๆๆๆ ไม่ได้อัพสเปซมานานม้ากมาก พอเข้ามาอีกที
ไ ม่ ส า ม า ร ถ ทำ อ ะ ไ ร ก ะ ส เ ป ซ ไ ด้ เ ล ย ง่ ะ
สิ่งที่ท่านเห็นอยู่ในขณะนี้คือ สิ่งที่ดีที่สุดที่ข้าพเจ้าสามารถ
ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กะสเปซของข้าพเจ้าได้ *-*
เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน
ที่ตั้งใจเข้ามา หรือ หลง เข้ามา ก้อตามแต่
ไปยัง url ด้านล่างด้วยนะเจ้าคะ เพราะเป็นสเปซอันเก่า
(ที่เคยเล่าให้ฟังว่ากระแดะเขียนเป็นภาษาอังกิด) อิอิ
เชิญท่านทั้งหลายไปทักทาย แนะนำ ติชม ฝากเบอร์
เอิ๊กๆๆ ได้ตามอัธยาศัย เด้อค่า ~
ขอบคุณและขออภัยในความไม่สะดวก
อิอิอิ~
November 22 พ่อนี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวงแม้วันนี้ยังไม่ใช่วันพ่อ...แต่วันนี้ก้อรักพ่อมาก
สืบเนื่องจากเมื่อเช้านี้..ระหว่างที่ขับรถไปทำงาน ร ถ เ สี ย เ จ้ า เหอๆๆ
ติดไฟแดงแปปเดียวพอเข้าเกียร์อีกทีมันก้อมะไปแล้วอ่ะ ง่า ง่า ง่า
แล้วคิดสภาพดูว่าในช่วง rush hour แต่รถนู๋นอนตายอย่างสงบ
อยู่ตรงกลางสี่แยกถนนเกษตร - นวมินทร์ อ่ะ โอ้โห...
ชาวบ้านคงสรรเสริญบุพการีอย่างมากโดยไม่ต้องสงสัย งิงิ
ก้อทำไงได้ มันไม่ยอมไปเลยอ่ะ ไม่แม้เต่จะถอยหลังด้วย
โชคยังดีที่ดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่มันยังยอมถอยหลังให้ประมาณ
200 เมตร ทำให้รถสามารถจอดแอบเข้าข้างได้โดยสวัสดิภาพ (เหรอวะ)
พอจอดรถได้รีบโทรหาแม่ แม่บอกว่าพ่อไปวิ่งออกกำลังกายยังไม่กลับ
ยุ้ยก้อโทรหาพี่ที่ออฟฟิศขอเบอร์ช่างซ่อมรถ วุ่นวายตั้งแต่เช้า
เสียงโทรศัพท์ที่พ่อโทรมา เปรียบดั่งเสียงสวรรค์ พอพ่อถามอาการ
ได้รับคำตอบว่า "น้ำมันเกียร์คงหมด" แถมยังแอบแซวอีกนิดหน่อยว่า
"หนูขับรถเนี่ย ขับเป็นกับเติมน้ำมันเป็นย่างเดียวจริงๆนะเนี่ย" เหอๆๆๆ
ก้อแหม...ถ้าพวกเบสิคแบบว่า เช็คลมยาง เติมน้ำมันเครื่อง
หรือเติมน้ำอะไรพวกนี้ ก้อพอรู้หรอกน่า แต่ระดับ advance
ขนาดนี้ ก้อมะรู้นี่นา งิ้วๆ
พออีกสักประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น พ่อก้อมา ตกใจมาก
เพราะคิดว่าพ่อคงอาบน้ำแต่งตัวก่อนแล้วค่อยมา
แต่ He มาทั้งชุดออกกำลังกายนั่นเรยยยค่า
แอบรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อและแม่เป็นห่วง เพราะคุณนายแม่โทรมาเช็ค
ทุก 10 นาทีว่าเป็นไงมั่ง พอเติมเสร็จเรียบร้อย
พ่อยังขับตามหลังไปส่งถึงที่อู่ซ่อมรถ เพื่อให้ช่างดูอีกรอบ
จนสุดท้ายได้ความว่า "เกียร์พัง" กำแล้วนังยุ้ย ขับยังไงให้พังได้ฟะ
ช่างเค้าคงเห็นสีหน้าตกใจ เค้าเลยบอกว่า "มันไม่เกี่ยวกับนิสัยการขับ
หรอก เกียร์มันหมดอายุการใช้งานน่ะ น้องยุ้ยไม่ต้องตกใจ
ขนาดนั้นก้อได้" เหอๆๆ แหม...นึกว่านู๋ขับรถมะดีซะอีก รถเลยพัง
ผลสุดท้าย เอลโม่ลูกรักเลยเข้าโรงบาลไปนอนอู่ 1 คืน
พอมาถึงออฟฟิศ--พ่อก้อทิ้งรถเอาไว้ แล้วบอกว่า "เอารถไว้ใช้
ผู้หญิงกลับคนเดียวมันไม่ปลอดภัย เดี๋ยวคุณป๋านั่งแท็กซี่กลับเอง"
โห......รู้ว่าเค้าเป็นห่วงเรามากขนาดนี้...
ยิ่งทำให้โคตรรักพ่อและแม่เข้าไปอีก.....
ก้ออย่างที่บอกนั่นแหล่ะ....พ่อนี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง November 17 อิอิอิ (=^_^=)วันนี้ไปกินข้าวในราชภัฎจันทรเกษมมา เหอๆๆ
มีความสุขมั่กๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก้อเพราะว่า..
-- ผู้ชายเต็มเลย -- น่ะสิ เอิ๊กๆๆๆ
โอ้โห เดินกันควั่กไคว่ ละลานตาและกระชุ่มกระชวยใจมั่กๆ
เรื่องของเรื่องคือ..ร้านข้าวป้าขาประจำวันนี้คนมโหฬารมาก
ก้อเลยเดินไปหาอะไรกินในมอดีกว่า
โอ้แม่เจ้า....คนเพียบบบบบบ แต่สายตาเราสแกนแต่ผู้ชาย
เท่านั้นกินไป มองไป อิ่มทั้งท้อง และอิ่มเอมใจ
ต่อไปนี้ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า
"จะเข้าไปกินในมอทุกวันเลย" เหอๆๆ
[ช่างเป็นการตั้งปณิธานที่ไร้สาระซะจริงเชียว]
November 14 ไปเที่ยว ไปเที่ยววันที่ 24 นี้ “จะไปเชียงใหม่แหล่ะ” เย้ เย้ เย้ ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆจัง วันนี้ก้อวันที่ 14 แล้วเนาะ เหลืออีกแค่ 10 วันเอง ยุ้ยนะ นั บ วั น ร อ เลยล่ะ อยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆจัง
จริงๆอยากไปตั้งนานแระ แต่ว่ายังไม่มีเวลาได้ปลีกตัวไปเลยเนี่ย -*- งานก้อเยอะ ใจจริงอยากไปอยู่สักเดือนนึง อิอิอิ {อันนั้นรู้สึกเหมือนเป็นการลาพักร้อน มากกว่านะ} ลางานไปแค่นี้ บอสยังบ่นแล้วบ่นอีกเล๊ยย
ไปเชียงใหม่ครั้งนี้ ไปเพื่อ เที่ยว เที่ยว เที่ยว เที่ยว เที่ยว เที่ยว แล้วก้อเที่ยว เหอๆๆ อยากเที่ยวให้หายคิดถึงเมืองเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ยุ้ยจะทำเมื่อเท้าได้เหยียบพื้นก้อคือ สูดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อากาศและบรรยากาศของเชียงใหม่เข้าไปให้เต็มปอดเลย แล้วหลังจากนั้นก้อจะเป็นการตะลุยเที่ยวๆๆๆๆๆๆ ทั้งวันและทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน เหอๆๆ (ก้อแหม....มีเวลานอนอีกถมถืดตอนกลับมาเมืองหลวงนี่นาเนาะ)
นอกจากที่จะไปเที่ยวตามประสาแล้วก้ออยากไปหาบรรดาอาจารย์ ว่าจะไปเยี่ยมพี่จุ้ยกะน้องนโม ไปหาฟิดฟิ้วลูกรักของแม่ [คิดถึงจาแย่อยู่แล้วล่ะ] ไปให้น้องรหัส หลานรหัสถล่มอาหารเย็น งิงิ แล้วก้อไปแรดๆๆๆๆๆๆกะเพื่อนๆๆ มีอีกหลายอย่างมากเลยที่อยากทำ แต่อย่างที่บอกคงไม่หลับไม่นอนหรอก เพราะว่ากิจกรรมเยอะมากในขณะที่เวลานิดเดียวเอง แต่ยุ้ยก้อคิดว่ามันจะเป็นการไปเที่ยวที่สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยล่ะ อยากให้ถึงวันนั้นไวไวจัง จารอมะหวายอยู่แร๊ววววววววววววววววววววววววววววววววว~ November 09 จนได้สิน่า![]() ฝนตกพรำๆ แม่ดำกางร่ม แกเดินก้มๆ อยู่หน้ากำแพง
ประเดี๋ยวแดดออก ไปบอกพ่อแดง ฉันไม่มีแรง หุบร่มให้ที
หลังจากที่หลบหลีกอากาศสับสนมานาน...นึกว่าจะไม่เป็นไรแล้วนะ
ผลสุดท้าย..เป็นหวัดจนได้สิน่า ฮ้าดดดดดดดดดดดดดดด ชิ้ววววววววววววววว
เหอๆๆ เรื่องของเรื่องก้อคือว่า เมื่อวานนี้นั่งมอไซค์ไปโลตัสมา
น้องคนขับ "ซิ่งโคดๆ" ปาดซ้าย ป่ายขวา แซงหน้า เลี้ยวหลัง
อยากบอกกะน้องเค้าว่า "น้องค๊า...พี่ไม่รีบนะค๊า" เหอๆๆ
นึกว่าจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งซะแย้วง่ะ -*-
-- โดนฝนนิดหน่อยก้อเลยเป็นหวัดเลยอ่ะ --
อากาศแย่ๆอย่างนี้ รักษาสุขภาพกันหน่อยเด้อ
ด้วยความปรารถนาดีจากยุ้ยยิปปี้ ฮัดเช้ยยยยยยย -*-
![]() November 08 อีกแล้ว..คิดถึงเธออีกแล้ว
วันนี้ได้มีโอกาสดู Dhoom Dhoom Concert Tour (ซึ่งชาวบ้านเค้าดูกันไปโหมะแระ -*-) Concert โดยรวมก้อโอดี เสื้อผ้าสวย เพลงมันส์ แด๊นเซอร์นี่เต้นเหมือนคนถูกหวย เหอๆๆ มันส์ดีๆๆ แต่ดั๊นนนนนมาสะกิด'แผลเก่า' ตอนที่ เจ๊ทาทา กะ บี5 ร้องเพลง "อีกที" กับ "อย่าเกลียดกันก้อพอ" ติดๆกัน ต่อมน้ำตามันเลยแตกขึ้นมาเฉยๆ
เลยกลายเป็นว่าดูคอนเสริ์ตด้วยอารมณ์เศร้าเคล้าน้ำตา เหมือนดูละครน้ำเน่าหลังข่าวซะงั้น -*-
ก้อดูเนื้อเพลงดิ -- เศร้าโคตรขนาดนั้น -- จะไม่ให้แอบคิดถึง เรื่องราวความหลังก้อเป็นไปไม่ได้หรอก งิงิ~
รู้นะว่า ผู้หญิงลืมยาก แต่แค่สงสัยว่า..... ตัวเองอาการหนักกว่าคนอื่นรึเปล่าง่ะ *-*
รู้ว่าเธอหนักใจ รู้ว่าลำบากใจ ที่ยังเห็นฉันทุ่มเทใจให้เธออย่างนี้ แต่ในวันนี้ยังทำใจไม่ได้เลย
เฮ้อ~ ที่มาเขียนนี่ก้อเพราะยังทำใจไม่ได้จริงๆแหล่ะ
November 04 เคยโทรหาคนที่แอบปิ๊งเวลาเมามั้ย (-.-")พอดีแวะไปเยี่ยมสเปซของพี่สไปร์ทมาแล้วอ่านบล๊อกของเค้าที่ชื่อว่า
"46เรื่องไม่ควรทำแต่ก้อยังทำ" เหอๆ อ่านแล้วก้อฮาดีอ่ะ
แต่มาสะดุดใจ
"โทรหาคนที่แอบปิ๊งเวลาเมา" เอิ๊กๆๆ
แล้วเคยมั้ยอ่ะที่เวลาเราเมา....แล้วดันโทรหาคนที่เราแอบปิ๊งอ่ะ?? งุงิ~
จะว่าไปแล้วมันก้อเป็นเรื่องที่หาเหตุผลไม่ได้อ่ะนะว่าทำไมบางคนถึงได้
โทรหาคนที่ชอบเวลาเมา?!?!
แต่ถ้าถามยุ้ย...ยุ้ยคิดว่าคนเราเวลาเมาอ่ะมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เพราะฉะนั้นมีความในใจอะไรก้อจะพูด พูด พูด แล้วก้อพูดออกมา
แบบหมดเปลือกเลยอ่ะนะ บางคนอาจจะแอบรักเขาข้างเดียวข้าวเหนียว
นึ่ง แต่พอเหล้าเข้าปาก ความกล้ามันก้อมีมาซะงั้น เหอๆ
ยุ้ยว่า...เวลาคนเมาเหล้าเนี่ยจะเป็นช่วงเวลาที่จิตวิญญาณและจิตใต้สำนึก
{โอ้โห...ฟังดูยิ่งใหญ่และวิชาการมากเลยง่ะ} ของคนคนนั้น
ได้รับการปลดปล่อยออกสู่สายตาประชาชี หากคิดดี ทำดี ก้อรอดตัวไป
เหอๆๆ แต่ถ้าเมาแล้วดันไปบอกความในใจ
(ที่อุตส่าห์เก็บเป็นความลับมาเป็นเวลานาน) กับบุคคลต้องห้าม
<เช่น แฟนเพื่อน แฟนเก่า หรือคนที่แอบชอบ โดยเฉพาะเพื่อนสนิท!!!>
อันนี้ก้อจาปวดขมอง มึนขมับม้าก มาก เพราะคิดได้แค่ 2 อย่างคือ
ดับเครื่องชน (เอาวะ!! ไหนๆก้อพูดไปแล้ว เป็นไงเป็นกัน) กับ
"แง้ว แล้วตูจะทำไงดีล่ะทีนี้" เหอๆ ยุ้ยเคยเจอเหมือนกันนะแบบว่า...เพื่อนยุ้ยอ่ะเมา...แล้วก้อโทรมาหายุ้ย
พูดคำว่า "ชั้นรักแกนะ" อยู่ประมาณแสนแปดรอบ -*-
ตอนนั้นคือยุ้ยหลับไปแล้วนะคะ ก้อตอบมัน (ทั้งๆที่งัวเงียนั่นแหล่ะ) ว่า
"เออ...ชั้นรู้แล้ว + ชั้นก้อรักแกเหมือนกัน"
พูดกันอยู่แค่เนี้ยอ่ะนานเป็นชั่วโมงเลย เหอๆๆ คิดแล้วก้อขำว่ะ
มีเพื่อนยุ้ยอยู่คนนึง ++มันจะร้องไห้เวลาที่เมา++
มันจะเล่าเรื่องทุกข์ยากแสนสาหัส และอัตชีวประวัติของมัน
ที่เต็มไปด้วยด้านมืดของชีวิตให้ฟังในวงเหล้า ได้ฟังแล้ว
ก้อแอบสงสารมันเหมือนกันนะว่า ทำไมชีวิตต้องสู้ขนาดนี้วะ
แต่เพื่อนบางคนจะแปลงร่างเป็น ฝรั่ง ขึ้นมาทันทีที่เหล้าเข้าปาก
พวกมันจะพูดภาษาอังกฤษกันค่า โอ้ววว เป็นการเมาที่แสนจะฮายโซวว~
เข้าใจหรือไม่...นั่นเป็นอีกเรื่องนึง 555
และที่จะไม่เม้าท์ไม่ได้เลยก้อคือ การเมาแล้วอ้วกเจ้าค่ะ
![]() เป็นการเมาที่เสียดายของมั่กๆ [หากรู้แต่แรกว่ากินแล้วออก...
ก้ออย่ากินให้เปลืองเลยว่ะเพื่อน] ยิ่งมาอ้วกต่อหน้าต่อตานะ
โอ้โห...ไม่รู้ใครดูแลใคร เพราะยุ้ยจะขอมีส่วนร่วม
อ้วกไปกะมันซะงั้น -*-
สรุปก้อคือ..เวลาเมาคนเรามักจะสำแดงอิทธิฤทธิ์แปลกประหลาดออกมา
ดังนั้น เราทุกคนควรกินเหล้าอย่างมีสติเสมอเพื่อป้องกันการแบล็คเมย์
จากเพื่อนตัวดีในวงเหล้าของเรา หุหุหุ ^^" ลองนึกดูนะว่า
เ ร า ทำ อ ะ ไ ร เ ว ล า ที่ เ ร า เ ม า ?
ร้องไห้มั้ย? หลับเหรอ? หรือว่าเคยโทรหาคนที่เราชอบหรือเปล่า? เอิ๊กๆๆ
October 30 เมื่อเพื่อนเรามีลูก....เมื่อวานนี้ได้ไปเจอเพื่อนสมัยมัธยมมา...ก้อไปเที่ยวเล่นกัน
ตามประสาสาวๆอ่ะนะ เหอๆ จริงๆอยากจะมาเขียนตั้งแต่เมื่อวานแระ
แต่ว่า "เหนื่อยมากเลยว่ะ"
ก้อเลยเลื่อนมาเป็นวันนี้ดีกว่า
หลานคนนี้ชื่อ "น้องบอล" เป็นลูกของปุ้ย
ซึ่งปุ้ยเนี่ยเป็นคนที่ถูกตราหน้าตั้งแต่สมัยเรียนว่า
ขึ้นคานแน่นอน เพลงประจำตัวก้อคือ ผีฟ้าเอย พวกเราเต้นรำ
อาจจะเพราะปุ้ยโชคร้าย..หน้าตาสวยน้อยสุดในห้อง
เพื่อนๆก้อเลยชอบล้อว่า ชาตินี้คงหาแฟนไม่ได้ *-*
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน...ทุกคนดูสบายดีรวมทั้ง
คุณแม่ยังสาวด้วยอ่ะนะก้ออย่างที่บอกนั่นแหล่ะ
เป็นการเที่ยวเล่นตามประสา แต่การมีเด็กสักคนนึงไปด้วย
มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ เพราะน้องบอล "โคตรซนเลยว่ะ"
อาจจะเพราะเป็นเด็กผู้ชายด้วยล่ะมั้ง
คนก้อเยอะ กลัวหลงชิบเป๋งเลยง่ะ
น้องบอลกะพวกน้าๆ [ก้อพวกเรานั่นแหล่ะนะ]
ไปกินพิซซ่า ถ่ายติ๊กเกอร์ เดินซื้อของ กินกาแฟ
แล้วก้อไปเที่ยวที่บ้านปุ้ย ก้อโปรแกรมเม้าท์เหมือนเดิม
{บางครั้งก้อแอบสงสัยเหมือนกันว่า
ทำไมเวลาที่ผู้หญิงเจอกันแล้วชอบคุย คุย คุย กันจัง}
เหอๆๆ และแล้วเวลา 1 วันก้อผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จากการไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้พวกเราลงความเห็นกันว่า
การมีลูกนี่ช่างเหนื่อยแสนเหนื่อย
ตอนขาขับรถกลับบ้าน ยุ้ยก้อเลยบอกกับเพื่อนๆว่า
"ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา ชั้นไม่เคยขออะไรยากๆจากพวกแกเลยสักอย่าง
ครั้งนี้ชั้นขอว่า ขออย่าให้มีใครรีบแต่งงานมีลูกในเร็ววันนี้เลยว่ะ"
เพราะการมีลูกสักคนนึงเนี่ย ต้องรอให้พร้อมจริงๆล่ะทั้งพ่อและแม่
แล้วก้อต้องมีความเสียสละอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยล่ะ
ขนาดยุ้ยไปอยู่ด้วยแค่วันเดียวเท่านั้น...น้องบอลดูด
พลังชีวิตของยุ้ยไปหมดเลยง่ะ T_T
กลับบ้านหมดแรงม้าก มาก อาบน้ำเสร็จนอนเลยครับท่าน October 26 เผื่อว่าวันพรุ่งนี้....รู้ฉันรู้ว่าเธอนั้นดีแค่ไหน
ยิ่งรู้เท่าไรยิ่งทำให้ใจฉันหวั่น เห็นฉันเห็นทุกๆ สิ่ง ที่เธอได้ทำให้ฉัน และเข้าใจว่าเธอรักฉันมาก กี่ครั้งที่เธอบอกฉันให้ลืมเขา ลืมความปวดร้าวในใจอย่าคิดถึงมัน ขอบคุณที่ใจของเธอมีให้ฉัน และรู้ว่ามันเป็นความหวังดี แต่อย่าโกรธฉันเลย เธอจะพยายามเท่าไหร่คำตอบก็เหมือนเคย เพราะว่าใจของฉัน มีไว้ให้เขาเท่านั้น เผื่อว่าวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ เขาจะกลับมาหาฉัน กลับมารักอีกที จะนานเท่าไรก็จะรอเขาอย่างนี้ เชื่อฉันเถิดอย่าเสียเวลาอีกเลย ..เชื่อฉันเถิดอย่าเสียเวลาอีกเลย.... เจ็บใจตัวเองที่เค้าทำร้ายเราขนาดนี้ แต่.....
เ ร า ก้ อ ยั ง รั ก เ ค้ า ม า ก
ม า ก เ ห ลื อ เ กิ น October 23 พี่จุ้ย>>คุณพ่อลูกหนึ่งถ้าหากยุ้ยพูดถึง ‘พี่จุ้ย’ กับคนที่ไม่เคยรู้จักพี่เค้ามาก่อน ทุกคนจะเข้าใจว่า พี่จุ้ยคือพี่ชายแท้ๆของยุ้ย ก้อเพราะชื่อ จุ้ย - ยุ้ย มันออกเสียงคล้ายๆกัน อ่ะนะ ของยุ้ยคนนึงเหมือนกัน เพราะด้วยที่บุคลิกที่แสนจะใจดีและ ใจเย็นม้าก...มาก บวกกับความขี้เล่นแบบเด็กๆ [ชอบอำ & ติดเกมส์] แต่บางอารมณ์ก้อจะปล่อย “ออร่า” โหดแห่งความเป็นผู้ใหญ่ออกมา ทำให้ยุ้ยรู้สึกอบอุ่น สนุก และแอบเกรงใจพี่เค้าในเวลาเดียวกัน เพราะงั้นเวลาที่ได้เจอ ได้คุยกะพี่จุ้ย (ทั้งต่อหน้า โทสับ และออนเอม) สำหรับยุ้ยมันเป็นช่วงเวลาที่เหมือนกับยุ้ยได้อยู่กับพี่ชายจริงๆเลยล่ะ
และอาจจะเพราะพี่จุ้ยเป็นคนแบบนี้ล่ะมั้ง...ยุ้ยก้อเลยยกตำแหน่ง “หัวหน้าเด็ก”ให้ เพราะเวลาเก็บตัวที่เชียงใหม่ทีไร นอกจากพี่จุ้ยจะคอยดูแลเรื่องซ้อมแล้ว พี่เค้าก้อยังดูแล เรื่องสัพเพเหระอื่นๆอีก เช่น ปีที่แล้ว (2547) พี่จุ้ยขับรถพาพวกเรา {ยุ้ย+นักจักรยาน} ไปเล่นสงกรานต์ตั้งหลายวัน ไหนจะต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน+ที่หลับที่นอน ค่าใช้จ่าย ไปนั่งเล่นเกมส์ด้วย รับปรึกษาปัญหาชีวิตของแต่ละคนอีก แถมยังต้องคอยไล่พวกเราเข้านอนแต่หัวค่ำ (สาเหตุน่ะเหรอ... ก้อเกิดจากอาการบ้าเกมส์ไม่ยอมหลับยอมนอนนั่นแหล่ะ แหะ แหะ “ทโมน” ทั้งหลายให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้
แม้พี่จุ้ยจะดูแลพวกเราดีขนาดไหน แต่พี่เค้าไม่ค่อยแสดงออกหรอกว่า “ห่วง” พวกเราน่ะ (ทั้งที่ในใจคงแอบห่วงอยู่ลึกๆ) เวลาใครทำอะไรที่แปลกแยกไปบ้าง พี่เค้าก้อจำทำเหมือนไม่ค่อยสนใจ พี่จุ้ยชอบพูดว่า “ปล่อยมันเหอะ เดี๋ยวมันก้อรู้เอง / เดี๋ยวมันรู้มันก้อทำเองแหล่ะ” คนอื่นเห็นอย่างนั้น อาจจะคิดว่าพี่จุ้ยใจร้าย แต่สำหรับยุ้ย.. ยุ้ยว่าเป็นการแสดงออกว่า ห่วง อย่างอ่อนโยนมากกว่า เพราะพี่เค้ารู้อยู่แล้วอ่ะว่า “บอกไปพวกมันก้อไม่เชื่อ” เหอๆๆ เค้าก้อเลยคิดว่า Learning by doing is the best ล่ะมั้ง? เค้าก้อจะคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ บางทีก้อจะมาขอตัวช่วย แบบว่า “ช่วยไปเตือนมันหน่อยดิ๊...มันไม่เชื่อพี่ว่ะ” อะไรประมาณนี้ เหอๆๆ
แต่เห็นอย่างงี้พี่จุ้ยเป็นคนที่มีความคิดและอุดมการณ์ที่ซ่อนไว้มากมายเลยนะ ได้คุยกับพี่เค้ายุ้ยมักจะได้ความคิดใหม่ๆมาเยอะแยะเลย และที่สำคัญตอนนี้ พี่จุ้ยเค้าเห่อน้องนโม (ลูกชายคนแรก) ของเค้าสุดชีวิต เหอๆๆ ไม่เชื่อไปดูในเปซของพี่เค้าก้อได้ อะไร อะไร ก้อน้องนโม อิอิอิ รักลูก รักครอบครัวให้มากๆน้าพี่จุ้ยน้า
October 21 อยากบอก"เค้า"ว่า.....Edit: from Sep 30 พอดีไปอ่านสเปซของเพื่อนคนนึง อ่านแล้วขอบอกว่า "โดนมั่กๆๆๆ" อารมณ์ [เศร้า] มานก้อเลย restart ขึ้นมาใหม่
ก้อเลยอยากเขียนในสเปซของเราถึง "เค้า" สักหน่อย
ยุ้ยอยากบอกกะ "คนนั้น" จังเลยว่า......
ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน
ขอโทษที่ทำให้ชีวิตเธอวุ่นวาย ขอโทษที่เกิดมาเป็นคนกวนตีน งี่เง่า คิดมาก ขี้งอแง ขี้งอน ขี้หึง ขอโทษที่พ่อแม่เลี้ยงมาแบบนี้ จนทำให้เธอมองว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ขอโทษที่ทำให้เธอ "เบื่อ" และ "เซ็ง" หลายครั้ง ขอโทษที่ทำให้เธอเสียเวลาไปมากมาย ขอโทษที่ทำได้แค่นี้ และขอโทษที่ยุ้ยเป็นตัวของตัวเอง
ขอบคุณที่เคยมีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน
ขอบคุณที่ทำให้ฉันต้องเหนื่อยกับความรักอีกครั้ง ขอบคุณที่ทำให้น้ำตาต้องไหลเพื่อใครอีกหน ขอบคุณที่เข้ามาแทนที่ใครบางคน ขอบคุณสำหรับที่เคยทำให้ฉันมีความสุข ขอบคุณที่คืนชีวิตจริงให้ฉัน แล้วเอาชีวิตในโลกสมมุติของเธอกลับคืนไป ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า "ส่วนที่เติมเต็ม" กับ "ส่วนเกิน" ต่างกันยังไง ขอบคุณที่ให้อภัยฉัน ซ้ำแล้ว .. ซ้ำเล่า เหมือนๆกับที่โกหกฉันซ้ำแล้ว .. ซ้ำเล่า ขอบคุณที่ได้ เริ่มต้น และ จบลง กับคนคนนี้ และ ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รักใครอีกครั้ง . . . และ "ตัดใจอีกครั้งนึง"
อยากบอกว่าฉันยังรักเธอเสมอมันยังคิดถึงเธอไม่เคยเปลี่ยนไป เจ็บปวดที่ฉันเองพูดได้แค่ในใจ ก็รู้ถ้าพูดออกไป เธอคงจะไม่ย้อนคืนมา ..
ก็รู้ถ้าพูดออกไป ความรักคงไม่ย้อน .. กลับมา ..
เม้าท์-กิน-ดิ้น-เกะเมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) เป็นวันที่มันส์โคตร-โคตร แบบว่าไปเที่ยวกะเพื่อนๆ
มา เป็นเพื่อนกลุ่มที่แบบสนิทมากอ่ะนะ แล้วถ้าพูดถึง "ร้องเกะ"
ก้อจะต้องนึกถึงเพื่อนกลุ่มนี้ อันประกอบไปด้วย เจเจ้ ~ นู๋ผึ้ง ~
อีโอ๊ต [กรุณาสังเกตคำนำหน้าให้ดีนะคะ เหอๆๆๆ]
ตอนแรกไปเจอที่เซนลาดฯ ไปกิน *จุ่มแซ่บฮัท* เป็นอะไรที่.....
เหอๆๆๆ ไม่รู้สิ แต่ว่าไม่ถูกปากข้าพเจ้าอย่างรุนแรง งิงิ
หลังจากเดิน จงกลม อยู่ในเซนลาดฯประมาณ 5 นาทีหาคาราโอเกะกัน
เราก้อมาค้นพบว่า "ที่นี่ไม่มีเกะว่ะ" (หรือพวกเราหากันไม่เจอวะ???)
ก้อเลย move กันไปที่เจอร์ {เมเจอร์รัชโยธินอ่ะนะ} กว่าจะไปถึงก้อปา
เข้าไป 3 ทุ่มแล้วอ่ะ แต่ด้วยความ want & need sing songs so badly
ก้อเลย เอาวะ - เอาก้อเอา แล้วพวกเราก้อเดินเข้าไปด้วยความมุ่งมั่น.....
และทั้งๆที่วันรุ่งขึ้นก้อมีงานมีการทำกันนะเคอะ...แต่ก้อยังไม่วายเจ้า....
แหกปากกันเข้าไปแค่ 3 ชั่วโมง เท่านั้น เหอๆๆ
ร้องอย่างเดียวมันก้อไม่สาแก่ใจและไม่ใช่วิสัยหรอกนะ เพราะพวกเรา
แ ด๊ น ซ์ ก ร ะ จ า ย โอ๊ย...มันส์โคตรๆเลยว่ะ.....ให้ตายเถอะ
กว่าจะกลับกัน...ก้อเริ่มต้นวันใหม่ซะแระล่ะ
.'. วันนี้ยุ้ยก้อเลยสะลืมสะลือละโหลละเหล (มีอีกมั้ยเนี่ย -*-) มาทำงาน
เหอๆๆ แต่ช่วงเวลาแห่งความสุข (แอนด์ มันส์) ก้อยังคง
ติดอยู่ในความรู้สึกจนถึงตอนนี้เลยล่ะ
October 18 ครบ 22 ขวบแล้วค่า
" วั น เ กิ ด " อ่ะจ้า อายุครบ 22 แย้วง่า แก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะเรา งุงิ~
แต่วันนี้ก้อมีเรื่องดีๆ {และเรื่องแปลกใจ} เยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะ
เมื่อคืนตอนก่อนเที่ยงคืน แบงก์โทรมา HBD อ่ะ (โทสับยุ้ยจะปิดเครื่องเอง
ตอนเที่ยงคืนอ่ะนะ) ก้อไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก เพราะว่า หลับไปแล้ว
อ่ะ เหอๆๆ [ยังจำบ่อได้เลยก๊าว่าอูอะหยังไปพ่อง -*- ]
พอเดินไปที่รถกำลังจะไปทำงาน โอ้วว...ของขวัญชิ้นแรกของวันนี้ เป็น Snoopy อ๊า....น่ารักโคตร โคตร เป็นของขวัญจากน้องๆน่ะ แถมมีการ์ด
ด้วยนะ แหม...surprise ซ๊า~
พอตอนเช้า...นึกคึกอะไรไม่รู้..เลยไปซื้อโจ๊กมากิน ถามแม่ค้า เค้าบอกว่า ไข่.หมด.แล้ว ก้อนะ...กินแบบไม่ใส่ไข่ก้อได้ (วะ) พอกำลังจะตักใส่ถุง
อ๊ะ อ๊ะ ฟองสุดท้าย ว๊าก 555 โชคดีชะมัดเลยอ่ะ เอิ๊กๆๆ
ระหว่างวันก้อ....รับโทสับ มือ-เป็น-ระ-วิง เลยเจ้า เหอๆๆ โทรมาหลายสายมากมาย ยุ้ยฟังเพลง HBD ซะจนหูชาไป 2 ข้าง แต่ก้อเป็นความซ้ำซากที่
ทำให้ยุ้ยมีความสุขนะ
พอกลับมาถึงที่บ้าน---มีข่าวดีอีกแล้วค่า-- สมุดจดคำคมสุดที่รักที่หาย
ไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน วันนี้...เจอแล้วจ้า ดีใจที่สุดของที่สุดเลยล่ะ ฮ่าๆๆๆ
และแล้วก้อมีเรื่องให้แปลกใจอีก แบงก์ส่ง sms HBD มาให้อ่ะ เหอๆๆ เท่านั้นไม่พอ...พอมาเปิดเมลล์ดูก้อมี บุรุษลึกลับส่ง e-card HBD มาให้อีกอ่ะ ไม่อยากจะคิดว่าเป็นแบงก์หรอกนะ แต่ "ชื่อ" ผู้ส่งกับผู้รับมันก้อน่าสงสัยจริงๆอ่ะแหล่ะ ก้อเป็นชื่อที่แบงก์-ยุ้ย เอาไว้ใช้เรียกกันสองคนนี่ เฮ้อ~
นู๋ไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นอ่ะค่ะ
แต่ก้อถือว่า เป็นวันเกิดที่มีความสุข ม้าก มาก มากถึงมากที่สุดเลยก้อว่า
ได้นะ
October 17 แล้วฉันก้อได้เรียนรู้ว่า...
แล้วฉันก็ได้เรียนรู้ว่า...
++เราก้ออยากสวยเพื่อใครสักคน++ยุ้ยคิดว่ายุ้ยจะเริ่ม ล ด น้ำ ห นั ก แ ล้ ว ล่ะ
[หมายถึงลดแบบจริงจังอ่ะนะ]
ก้ออย่างที่ชื่อหัวข้อนั่นแหล่ะ
-- เราก้ออยากสวยเพื่อใครสักคน --
ไม่ได้หมายความว่า ยุ้ยกำลังมี "ใครสักคน" หรอกนะ
แต่ก้อเพราะมัน ไม่มี น่ะสิ
เราเลยต้องทำตัวเองให้ดูดีไว้ก่อน 555+
ยังไงซะ..ก้อจะลองพยายามดู ก้อเพราะว่า
ยุ้ยอยากสวยเพื่อใครสักคน...น่ะสิ อิอิ
แอบบ่น -*-
วันนี้ขอบ่นเรื่องของหัวใจสักกะนิดเหอะ.....แบบว่า “ยุ้ยไปฮักเมาผู้ชายคนนึงอยู่อ่ะ” -*- แต่ไม่ใช่แบบว่าชอบมากมายจนถึงขั้นอยากได้มา เป็นแฟนเป็นเรื่องเป็นราวหรอกนะ เห็นว่าเค้าเป็นคนน่ารัก+ติ๊งต๊องส์ดี ก้อเลย...... แอบชื่นชมน่ะ
เรื่องของเรื่องคือ เค้าเป็นคนค่อนข้างดัง (ไม่ค่อนข้างหรอก...ดังเลยแหล่ะ) ก้อไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรอก แต่พอดีวันที่ 13 สิงหา ได้ไปเจอเค้าแล้วได้คุยกันนิดโหน่ย เค้าก้อเลยให้อีเมลล์มา ยุ้ยก้อนะ...ไม่กล้าเมลล์ไปตามฟอร์ม แล้วพอดีมีเพื่อนคนนึง ของเค้าเดินเข้ามาทักว่า “เออ..นาฬิกาสวยดีนี่หว่า” เค้าตอบว่า “อ๋อ..นาฬิกาของบริษัทพ่อกูเองแหล่ะ” ณ ตอนนั้นยุ้ยก้อไม่ได้ เอะใจสงสัยว่า บริษัทพ่อเค้าจะยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน แต่ก้อพอรู้มาบ้างว่าเค้าน่ะ รวย เหอๆๆ
พอวันนี้อ่านนังสือพิมพ์ โอ้ว พระเจ้ายอด มานจอร์จมาก... เห็นนามสกุล (ก้อครอบครัวของเค้านั่นแหล่ะ) มาโปรโมตนาฬิกา อะไรกันนี่.....แม่ง โคตรรวยเลนนี่หว่า อ่านแล้วรู้ว่า วรรณะแตกต่างกันประมาณ 12 ชั่วโคตร เหอๆๆ รู้สึกต่ำต้อยขึ้นมาทันที งิงิ ก้อเลยเพิ่งค้นพบสัจธรรมที่ว่า “คนเราเหมือนกัน แต่ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน” แต่ไม่ว่าจะยังไง ยุ้ยก้อยังคง Happy Yippy อยู่เฉกเช่นเดิม ก้อแหม.....ผู้ชาย ไม่ได้มีคนเดียวในโลกนี่........เนาะ (แอบปลอบใจตัวเองซะงั้น) ช้าไปซะแย้วง่ะ -*- |
|
||||||||||||||
|
|